ไข้เลือดออก!!!!!ภัยร้ายจากยุงลาย
 
     

มารู้จักไข้เลือดออกกันเถอะ!!!!!!!
ไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง และมียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบบ่อยในเด็กอายุ 5-10 ปี ระยะแรกมักมีอาการไข้สูง 3-7 วัน ร่วมกับอาการอาเจียน ปวดท้องไม่มีอาการหวัดเด่นชัด และอาจมีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะเลือดกำเดา จุดเลือดออกตามผิวหนังและอาเจียนเป็นเลือด

ระยะช็อตเป็นช่วงที่อันตรายอาจเสียชีวิตได้มักพบว่าเมื่อไข้ลดลงผู้ป่วยกับมีอาการแย่ลง มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปวดท้องรุนแรงขึ้นและมักมีอาการอาเจียนเป็นเลือด การตรวจร่างกายจะพบว่ามีความดันโลหิตต่ำชีพจรเต้นเร็ว และเบา กดเจ็บบริเวณตับ และตรวจพบตับโต หากตรวจเลือดจะพบว่ามีความเข้มข้นของเลือดสูงและมีเกล็ดเลือดต่ำ

สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ 80% เกิดจากเชื้อเดงกี่ (Dengue) ซึ่งมี 4 สายพันธ์คือ 1,2,3,4 หรือส่วนน้อยเกิดจากเชื้อ Chikugunya virus (ซึคคูกุนยา) โดยมียุงลายเป็นพาหะสำคัญของเชื้อทั้ง 2 ชนิด แหล่งเก็บเชื้อที่สำคัญคือ คนและยุง อาจพบเชื้อในลิงและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ได้ ไม่ติดต่อจากคนไปคน แต่ติดต่อโดยถูกยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด เชื้อจะมีการแบ่งตัวอยู่ในยุงตลอด ยุงจะนำเชื้อไปติดต่อคนอื่นได้ หลังจากได้เชื้อเข้าไปในตัวยุงแล้ว 8-12 วัน ระยะฟักตัว 3-15 วัน ส่วนใหญ่ 5-6 วัน คนที่ป่วยจะยังมีเชื้อประมาณ 5 วัน หลังจากเริ่มมีอาการ ช่วงเวลาที่ยุงชอบกัดคือตอนกลางวัน แหล่งเพาะยุงอยู่ในตุ่มน้ำหรือแจกันต่างๆ ยุงชอบวางไข่เพาะพันธุ์ในน้ำนิ่ง และสะอาด

อาการไข้เลือดออก แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
1.ระยะไข้สูง
ไข้สูงลอย 3-7 วัน เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดหัว ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ วันที่ 2-3 เด็กมักซึมลง หน้าแดง, ตัวแดง อาจมีผื่นหรือจุดเลือดออก ตามผิวหนัง 60-90% ตรวจพบตับโต Tourigust test ให้ผลบวก

2.ระยะวิกฤติ (ระยะซ็อค และเลือดออก)
ไข้ลด (ประมาณวันที่ 3-6 ของโรค) อาการทรุดลงเข้าสู่ภาวะช็อค กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วความดันตก อาเจียนมาก ปวดท้อง บางรายซึมมากขึ้น ปัสสาวะน้อย อาจมีเลือดออกในกระเพาะ ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน และได้รับการรักษาทันและถูกต้อง ระยะนี้จะกินเวลา 24-48 ชม. แล้วเข้าสู่ระยะที่ 3

3.ระยะฟื้น
อาการทั่วไปดีขึ้น ความดันดี ชีพจรปกติ ปัสสาวะออกมากขึ้น ตับที่โตจะลดขนาดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ เริ่มรับประทานอาหารได้ มักมีผื่นแดงที่ขาปลายเท้า ปลายมือ และมีอาการคัน

การวินิจฉัย
จากอาการแสดงดังกล่าว โดยเปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ป่วย ตรวจร่างกายอย่างอื่นมักปกติ อาจมีตับโตการทำ Tourniguest ให้ผลบวก ถ้าเป็นระยะแรกๆ อาจบอกได้ไม่ 100% อาจเป็นจากไข้สูง ส่วนใหญ่ Tourniguest ให้ผลบวก เมื่อเกร็ดเลือดเริ่มต่ำ คือก่นระยะที่ 2 ของโรคเล็กน้อย จนถึงระยะแรกของระยะฟื้น

การเจาะเลือด ความเข้มข้นของเลือดมักสูงกว่าปกตินอกจากมีเลือดออกมาก มักมีเม็ดเลือดขาวต่ำแต่ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ และส่วนน้อยเม็ดเลือดขาวสูง เกล็ดเลือดเริ่มต่ำระยะก่อนไข้ลด การตรวจทางห้องทดลองอาจพบมีตับอักเสบ เอ็นไซม์ตับเพิ่มขึ้น และอาจพบความผิดปกติจากการตรวจปัสสาวะได้

การวินิจฉัยที่แน่นอนคือ การเจาะหาภูมิคุ้มกันต่อเขื้อไวรัสไข้เลือดออก หรือการแยกเชื้อไว้รัสจากเลือด ซึ่งจะพบภายใน 5 วันแรกของโรคเท่านั้น

การรักษา ผู้ป่วยที่ไม่อาเจียนให้ดื่มน้ำ/น้ำเกลือแร่มากๆ วิธีสังเกตว่าดื่มน้ำพอหรือไม่ปัสสาวะควรมีสีใส ควรพบแพทย์เป็นระยะๆ ตามนัดเพื่อเฝ้าดูอาการที่อาจเป็นอันตรายอย่างใกล้ชิดถ้าอาเจียนมาก ซึม เพลียมาก มีอากของช็อค และมีอาการเลือดออก ควรรับการักษาในโรงพยาบาล และดูแลใกล้ชิดเพื่อรักษาได้ทันท่วงที หรือหากมีอาการแทรกซ้อนอื่น เช่น ตับอักเสบรุนแรง ตับวาย สมองอักเสบ ควรรับการรักษาในโรงพยาบาล ให้ยาแก้ไข้ Paracetamol หรือ Acctaminophem ได้ หิ Vaccine ยังไม่มีให้ฉีดอยู่ในขั้นทดลองเท่านั้น

วิธีป้องกัน
พยายามไม่ให้ยุงกัด ปราบ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่อยู่นิ่งๆ ตามภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง
ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วยยังมีไว้รัสอยู่ในเลือด ทำให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้รายงานไปที่โรงพยาบาล หรืออนามัยจังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการกำจัดยุงบริเวณนั้น ก่อนที่จะมีการระบาดเพิ่มขึ้น

  กลับไปหน้าหลัก